แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาปนิกอาสา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สถาปนิกอาสา แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
ปัญหา....หลังน้ำท่วม ตอนที่ 1
สวัสดีครับวันนี้สถาปนิกอาสาขอนำบทความดีๆของ อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหลังน้ำท่วมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน มาให้อ่านกันเห็นว่ามีประโยชน์และเข้ากับสถานการณ์ในขณะนี้
พื้นหลังน้ำท่วม ทั้งพรมทั้งกระเบื้อง ทั้งหินอ่อนหินขัด สกปรกจัง
พื้นสกปรกก็ขอให้ทำความสะอาดเสียก็จบเรื่อง แต่ความน่าสนใจสำหรับพื้นที่ถูกน้ำท่วมก็คือวัสดุปูพื้นที่เสียหายต่างหาก เคยพูดไว้ในข้อต้นๆว่า หากพื้นไม้ปาร์เก้ถูกน้ำท่วมจะต้องทำอย่างไร แก้อย่างไร ตอนนี้อยากจะเล่าให้ทราบถึงเรื่องพื้นปูพรม หากถูกน้ำท่วมคงจะต้องรื้อพรมออกทั้งหมด เพราะปล่อยไว้จะเกิดอาการ "พรมเน่า" ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนท่านชั่นาตาปีทีเดียว เมื่อลอกพรมออกแล้ว นำพรมไปซักและตากแดดให้แห้งแล้วจึงนำมาปูใหม่ (พรมอาจจะยืดจะหดไปบ้างคงจะต้องยอมรับสภาพครับ)
สิ่งสำคัญก็คือตอนที่จะปูทับกลับไป ต้องมั่นใจว่าพื้นคอนกรีตของเรานั้น จะต้องแห้งเพียงพอ มีเวลาให้ความชื้นที่สะสมไว้ในตัวคอนกรีตระเหยออกมาเสียก่อน
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สถาปนิกอาสากับปัญหาเรื่องเสาเข็ม
วันนี้นึกขึ้นมาได้ว่าอยากเล่าเรื่อง การสร้างบ้านกับการเลือกเสาเข็ม มาตั้งนานแล้ว ผมเคยได้รับฟังปัญหาจากหลายๆท่านถึงปัญหาเพื่อนบ้านใหม่ที่กำลังปลูกบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้าน ซึ่งมีการใช้เข็มตอกและทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านข้างเคียง บางงานก็เป็นผู้รับเหมาทั่วๆไป บางงานเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่มีเชื่อเสียงเลยทีเดียว ผมไม่เข้าใจว่าถึงกล้าเสี่ยงที่จะใช้เสาเข็มตอกในเมื่อพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านข้างเคียงมากขนาดนั้น อาจจะด้วยมีเครื่องมือหรือเครื่องจักรอยู่แล้วหรือมีเพื่อนทำอาชีพนี้ ถ้าผมจำไม่ผิดการใช้เข็มตอกเราจะต้องมีการก่อสร้างจากอาคารข้างเคียง 10 เมตรขึ้นไป ยิ่งห่างยิ่งดี ถ้าจำเป็นต้องชิดจริงๆก็อาจจะใช้แผ่นเหล็กเสียบลงดินเป็นผนังกันกระเทือนได้เหมือนกัน แต่ค่าก่อสร้างคงจะสูงตามไปด้วย ผมว่าในกรณีที่จะต้องก่อสร้างหรือต่อเติมบ้านใหม่ที่พื้นที่ก่อสร้างอยู่ห่างจากบ้านข้างเคียงต่ำกว่า 10 เมตร ควรจะใช้เข็มเจาะมากกว่า หรือถ้า่ต่อเติมอาคารเพียงชั้นเดียวการเข็มคอนกรีตอัดแรงหกเหลี่ยมก็อาจจะเพียงพอแล้วครับ
ฝากถึงบริษัทรับสร้างบ้านด้วยครับว่า ก่อนคุณตกลงสร้างบ้านกับลูกค้าน่าจะมีผู้เชียวชาญสำรวจสถานที่ก่อสร้างซะก่อน จะได้แจ้งลูกค้าให้ทราบไปเลยว่าบ้านคุณต้องใช้เข็มเจาะ ราคาค่าก่อสร้างเท่านั้นเท่านี้ ดีกว่าปล่อยให้ลูกค้ารับวิบากกรรมตอนบ้านส้รางเสร็จ กลายเป็นศรัตรูกับเพื่อนบ้านไปโดยไม่รู้ตัว....................สถาปนิกอาสา
ฝากถึงบริษัทรับสร้างบ้านด้วยครับว่า ก่อนคุณตกลงสร้างบ้านกับลูกค้าน่าจะมีผู้เชียวชาญสำรวจสถานที่ก่อสร้างซะก่อน จะได้แจ้งลูกค้าให้ทราบไปเลยว่าบ้านคุณต้องใช้เข็มเจาะ ราคาค่าก่อสร้างเท่านั้นเท่านี้ ดีกว่าปล่อยให้ลูกค้ารับวิบากกรรมตอนบ้านส้รางเสร็จ กลายเป็นศรัตรูกับเพื่อนบ้านไปโดยไม่รู้ตัว....................สถาปนิกอาสา
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
สถาปนิกอาสา...กับบ้านตัวเอง
ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาลครับ หน้าฝนเริ่มเข้ามาแล้วเราคงต้องดูแลบ้านกันหน่อยครับ วันนี้พอจะมีเวลาเลยปีนหลังคาบ้านสำรวจรางน้ำ กระเบื้องหลังคา ไม่ได้ขึ้นมาเกือบปี ตอนนี้มีตะกอนดินจากไหนก็ไม่รู้ครับกองอยู่จนเริ่มมีต้นไม้ต้นเล็กๆงอก มีเศษใบไม้ ผลมะม่วงเน่าจนเหลือแต่เม็ดกองปิดรางน้ำ เลยจัดการลอกทำความสะอาดซะเลย ต่อมาสำรวจกระเบื้อง(ลอนคู่) มีบางแผ่นเริ่มมีรอยร้าวเล็ก จะจัดการทำความสะอาดและทาด้วยฟลินท์โคทท์ตามแนวร้าว ไหนๆขึ้นบนหลังคาแล้วก็เลยจัดการเล็มกิ่งมะม่วงที่เบียดตัวบ้านอยู่ด้วยซะเลย
หน้าฝนนี้อย่าลืมสำรวจบ้านกันบ้างนะครับ....
หน้าฝนนี้อย่าลืมสำรวจบ้านกันบ้างนะครับ....
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554
การดูแลบ้านหลังน้ำท่วม
วันนี้สถาปนิกอาสามีบทความดีๆเกี่ยวกับการดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ซึ่งเป็นบทความจาก ท่านอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกอาวุโส และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ เพื่อแนะนำแนวทางง่ายๆ ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของท่านหลังจากน้ำท่วมมาบอกเล่าให้ทราบกัน
- ระบบไฟฟ้า ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้าน ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้ครับ
เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิตครับ
เมื่อทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วยไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้นครับ ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็วครับ หากพอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ 1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง) 2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง) 3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษาครับ
- ระบบประปา เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้ครับ ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่งครับบ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่หากปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้ครับ
- อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของเครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้ครับคือ ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันทีที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันทีเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันทีครับ
- ระบบไฟฟ้า ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้าน ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้ครับ
เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิตครับ
เมื่อทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วยไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้นครับ ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็วครับ หากพอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ 1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง) 2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง) 3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษาครับ
- ระบบประปา เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้ครับ ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่งครับบ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่หากปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้ครับ
- อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของเครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้ครับคือ ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันทีที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันทีเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันทีครับ
วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554
สถาปนิกอาสากับป้าหมวย

เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่งเล่าเรื่องและขอความช่วยเหลือให้กับ ป้าหมวย ที่เป็นผู้ใจบุญนำสุนัขและแมวข้างถนนมาเลี้ยงไว้ภายในบ้าน แต่วันนึงบ้านป้าหมวยเกิดไฟไหม้ขณะที่ป้าหมวยไม่อยู่บ้านทำให้แมวตายไปหลายตัว ข่าวเหตุไฟไหม้ออกข่าวและถูกส่งต่อด้วยสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว ความช่วยเหลือเบื้องต้นเช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ อาหารหมาและแมว ถูกส่งมาช่วยมากมาย ผมได้เข้าไปดูสถานที่ในฐานะสถาปนิกอาสาในวันถัดมาหลังจากทราบข่าวว่าจะช่วยเลืออะไรได้บ้าง ภาพที่เห็นก็ชวนให้สงสารและคิดว่าคงต้องช่วยจัดระบบต่างๆให้ป้าหมวยใหม่ด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ในสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะต่อไป เช่น ต้องเพิ่มระบบบำบัดน้ำเสียของบ้านและส่วนเลี้ยงสัตว์ แยกส่วนพักอาศัยกับเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ในส่วนเรื่องการนำสัตว์มาเลี้ยงแบบนี้ ผมมองว่าควรทำแบบเป็นระบบด้วย คือ จัดให้มีการฉีดยาและทำประวัติ หรือทำหมันหมาแมวทุกต้วด้วย เพื่อจะได้ไม่สร้างปัญหากับผู้อาศัยข้างเคียง
โชคดีที่ไฟไหม้ครั้งนี้เสียหายเฉพาะโครงสร้างชั้นสอง ส่วนเสาชั้นล่างยังใช้ได้ ผมจึงออกแบบใหม่โดยใช้ขนาดบ้านเดิมเป็นหลัก เพื่อง่ายต่อการใช้งานแบบเดิมของป้าหมวยและง่ายต่อการขออนุญาตก่อสร้างด้วย
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ชีวิตที่เหลือเพื่อสังคม(บ้าง)

อาจารย์ที่เป็นสถาปนิกของผมเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทราบข่าวตอนแรกก็ตกใจและเสียใจเพราะท่านเป็นครูที่ดีคนนึงที่ผมรู้จัก เป็นสถาปนิกที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในวงการ ท่านมีคนรักและนับถือมากจริงๆ
นั่งอ่านข้อความไว้อาลัยแล้วชื่นใจแทนท่าน อ้อ...ท่านเป็นพ่อที่น่ารักด้วยนะ ผมในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่งชื่นชมท่านและอยากเป็นตัวอย่างที่ดีของวิชาชีพสถาปนิก อาจารย์ครับผมจะเป็นคนดี.............
ผมอยากสร้างเครือข่ายของสถาปนิกอาสาและเพื่อนๆในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทำงานเพื่อสังคม ไม่จำเป็นต้องงานสเกลใหญ่ เช่น ผมเคยออกแบบบ้านให้หมาจรจัดแถวอ่อนนุช เพราะงานที่ผมเข้าไปปรับปรุงมีหมามาสร้างครอบครัวกันหลายตัว ผมกับพี่ที่คอยให้ข้าวขับรถหาที่อยู่ใหม่ให้มัน ไปติดต่อขอที่ว่างชาวบ้านแถวนั้น ต้องเน้นว่าแถวนั้น เพราะเป็นห่วงว่าหมามันจะไม่คุ้นเคยกับที่ไกล (ไปตลาดไม่ถูก) ต้องยกความดีให้พี่ดูแลหมาที่ละเอียดอ่อนมาก นี่เป็นตัวอย่างแบบหมาๆ ผมว่ายังมีอะไรที่สถาปนิกอย่างเราต้องทำอีกเยอะเลย....เพื่อสังคม(บ้าง)
ป้ายกำกับ:
เครือข่ายสถาปนิกอาสา,
วิชาชีพสถาปนิก,
สถาปนิกอาสา
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
