แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ปัญหา....หลังน้ำท่วม ตอนที่ 4

เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า จมน้ำหมดเลย ทำไงดี สิ่งที่ท่านถามมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ หรือเครื่องกลต่างๆ (อาจจะรวมได้ไปจนถึงรถยนต์ด้วยก็ได้) ล้วนแต่เป็นเครื่องจักรกลที่อย่างเราอย่างท่านไม่น่าประมาท หรือรู้มากเข้าไปแก้ไขซ่อมแซมเอง ขอความกรุณาอย่าเพิ่งใช้ (หากไม่จำเป็นจริงๆๆๆๆ) หากโดนน้ำท่วมแล้ว น้ำเจ้ากรรมไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว (แถมยังแช่ไว้ด้วย) ถอดออกไปให้ช่างผู้รู้เขาตรวจสอบดูก่อนดีกว่า กรุณาอย่าประมาทเอาไปตากแดดแล้วคิดว่าแห้งแล้วเลยนำไปใช้ต่อ เพราะความชื้นบางส่วนอาจจะฝังอยู่ข้างใน พอเครื่องกลนั้นทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้า อาจทำให้เกิดปัญหากับตัวบ้านหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากแม้นจำเป็นจริงๆ (ซึ่งผมหวังว่าคงจะไม่มี) ยามจะใช้เครื่องกลเหล่านั้นน่ามีข้อคิด 3 ประการ คือ 1. ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ไกล้ๆเสมอ เิดอะไรผิดปกติขึ้นมาต้องดับเครื่องปิดเครื่องทันที 2. ที่คัทเอ๊าท์ไฟฟ้าหลักของบ้าน จะต้องมีฟิวส์ที่มีคุณภาพติดตั้งอยู่เสมอ เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออก 3. เมื่อไรไม่จำเป็นจริงๆแล้ว พอมีเวลาบ้าง และพอมีงบประมาณ กรุณานำไปให้ช่างผู้รู้ตรวจสอบเสีย

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ปัญหา....หลังน้ำท่วม ตอนที่ 3

วอลล์เปเปอร์ และผ้าม่านจมน้ำ เป็นคราบน่าเกลียด แก้ยังไง
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับท่านว่า ท่านคงเป็นผู้มีฐานะบ้าง และคงไม่เดือดร้อนแสนสาหัสดังเช่นประชาชนที่ถูกภัยน้ำท่วมส่วนใหญ่ของประเทศ เรื่องผ้าม่านคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะซ่อมแซมดูแล ก็เหมือนกับเสื้อผ้าทั่วไปที่ถูกน้ำท่วม หากแม้นสามารถถอดออกมาซักทำความสะอาดได้ ก็ดำเนินการเสีย แต่หากสกปรกมากและเปื่อยยุ่ย ท่านก็คงต้องหาซื้อมาเปลี่ยนตามสมควร ส่วนเรื่องวอลล์เปเปอร์นั้น ก็เหมือนกับเรื่องสี หากมีปัญหาเรื่องลอกเรื่องล่อนก็ทำการลอกออกเสีย เพื่อให้ความชื้นในผนังนั้นสามารถระเหยออกมาได้ง่าย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งวอลล์เปเปอร์ที่ทำด้วยไวนีลหรือวัสดุประเภทยาง น่าจะต้องรีบลอกออกเพราะเป็นตัวกักความชื้นในผนังได้อย่างดี ) เมื่อผนังแห้งหมดแล้ว แห้งดีแล้ว จึงให้ช่างปูวอลล์เปเปอร์มาลอกออกแล้วปิดทับเข้าไปให้งดงามครับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

ปัญหา....หลังน้ำท่วม ตอนที่ 2

สีทาบ้าน ทั้งสีน้ำ สีพลาสติก สีน้ำมัน ฯลฯ ต้องทำอย่างไรบ้าง เรื่องของการแก้ไขเกี่ยวกับสีทาบ้าน ขอให้เป็นสิ่งสุดท้ายหรือเกือบสุดท้ายที่เราจะซ่อมแซมบ้าน กรุณาอย่าอายใครที่เขาจะมาหาว่าบ้านเราสีกระดำกระด่าง หรือสีลอกเป็นขี้กลาก ปล่อยคนที่เขาดูถูกเราไปเถอะ เพราะเรื่องน้ำท่วมมิใช่กรรมของเราที่ก่อขึ้นมา (อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทางตรง) เขาจะว่าอะไรจะดูถูกอย่างไรก็ปล่อยเขาไป (แล้วทำบุญกรวดน้ำให้เขา ลดอวิชชาที่ครอบงำจิตใจเขาด้วย) สีทุกชนิดที่เราใช้ทาบ้าน (ไม่รวมสีทาเรือ สีทาเครื่องบิน สีทาภายในถังน้ำ) เมื่อถูกความชื้นหนักๆอย่างน้ำท่วมคราวนี้จะต้องมีอันเป็นไปเกือบทุกที .....ข้อคิดสำคัญในเรื่องของสีทาบ้านก็คือปัญหาของสีลอกสีล่อน หลักๆไม่เกิดเพราะคุณภาพของสี แต่เกิดจากความไม่พร้อมของพื้นผิวที่ทาสี หากพื้นผิวที่จะทาสีเกิดความชื้นหรือมีสิ่งสกปรกติดอยู่ ทาสีทับลงไปอย่างไรก็ลอกก็ล่อนออกหมด ดังนั้นขอให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งทาสี ทำความสะอาดหรือลอกสีเดิมออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ลอกเฉพาะตรงที่มีปัญหาไม่ใช่ลอกหมดทั้งบ้าน) ทิ้งไว้นานๆ(อาจจะหลายเดือนจนถึงหน้าแล้งฤดูร้อนก็นับว่าไมาสายเกินไป)

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ปัญหา....หลังน้ำท่วม ตอนที่ 1

สวัสดีครับวันนี้สถาปนิกอาสาขอนำบทความดีๆของ อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหลังน้ำท่วมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน มาให้อ่านกันเห็นว่ามีประโยชน์และเข้ากับสถานการณ์ในขณะนี้ พื้นหลังน้ำท่วม ทั้งพรมทั้งกระเบื้อง ทั้งหินอ่อนหินขัด สกปรกจัง
พื้นสกปรกก็ขอให้ทำความสะอาดเสียก็จบเรื่อง แต่ความน่าสนใจสำหรับพื้นที่ถูกน้ำท่วมก็คือวัสดุปูพื้นที่เสียหายต่างหาก เคยพูดไว้ในข้อต้นๆว่า หากพื้นไม้ปาร์เก้ถูกน้ำท่วมจะต้องทำอย่างไร แก้อย่างไร ตอนนี้อยากจะเล่าให้ทราบถึงเรื่องพื้นปูพรม หากถูกน้ำท่วมคงจะต้องรื้อพรมออกทั้งหมด เพราะปล่อยไว้จะเกิดอาการ "พรมเน่า" ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนท่านชั่นาตาปีทีเดียว เมื่อลอกพรมออกแล้ว นำพรมไปซักและตากแดดให้แห้งแล้วจึงนำมาปูใหม่ (พรมอาจจะยืดจะหดไปบ้างคงจะต้องยอมรับสภาพครับ) สิ่งสำคัญก็คือตอนที่จะปูทับกลับไป ต้องมั่นใจว่าพื้นคอนกรีตของเรานั้น จะต้องแห้งเพียงพอ มีเวลาให้ความชื้นที่สะสมไว้ในตัวคอนกรีตระเหยออกมาเสียก่อน

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

สถาปนิก จะช่วยคนบ้านน้ำท่วมได้อย่างไรบ้าง

บทความนี้เป็นของท่านอาจารย์ ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ ซึ่งประกาศต่อสังคมเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมของสถาปนิกไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งบทความนี้เป็นบทความสุดท้ายของหนังสือพอกเก็ตบุ๊คพิมพ์แจกของ มูลนิธิซีเมนต์ไทย ชื่อ " บ้านหลังน้ำท่วม " ร้อยพันปัญหาหลังกระแสน้ำลด
สถาปนิกเป็นคนไทยคนหนึ่ง สถาปนิกเป็นส่วนหนึ้งของสังคม สถาปนิกส่วนใหญ่ของประเทศนี้ร่ำเรียนวิชาติดตัวมา ก็เพราะภาษีราษฎรไทย.....จึงเป็นหน้าที่และภาระกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งที่ลับและที่แจ้งของสถาปนิก ที่จะต้องรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในวิชาชีพที่ตนเองเมื่อยามที่ ประชาชนต้องการ
สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมของเหล่าสถาปนิกในประเทศไทย ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลือทุกท่านที่เดือดร้อนเกี่ยวกับบ้านหลังน้ำท่วม ตามแนวทางวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่ร่ำเรียนมา หากท่านมีปัญหากรุณาติดต่อได้ที่

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
248/1 ซอยโรงเรียนญี่ปุ่น ถนนพระรามที่ 9
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์ 02-3196555
www.asa.or.th

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

การดูแลบ้านหลังน้ำท่วม

วันนี้สถาปนิกอาสามีบทความดีๆเกี่ยวกับการดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ซึ่งเป็นบทความจาก ท่านอาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกอาวุโส และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ เพื่อแนะนำแนวทางง่ายๆ ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของท่านหลังจากน้ำท่วมมาบอกเล่าให้ทราบกัน

- ระบบไฟฟ้า ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้าน ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้ครับ
เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิตครับ
เมื่อทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วยไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้นครับ ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็วครับ หากพอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ 1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง) 2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง) 3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษาครับ

- ระบบประปา เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้ครับ ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่งครับบ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่หากปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้ครับ

- อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของเครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้ครับคือ ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันทีที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันทีเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันทีครับ

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ชีวิต.....เติมน้ำเปล่า




วันที่นั่งเขียนบล็อคอยู่นี้ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่สำหรับคนไทยเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางกับภาคอีสาน เมื่อคืนก็เกิดขึ้นที่ภาคใต้อีก หลายคนได้รับความทุกข์กับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมได้แต่ติดตามข่าวด้วยความเป็นห่วง บ้านเรานี่ก็แปลกดียามหน้าแล้งก็ขาดน้ำจนไม่เหลือติดเขื่อน ยามหน้าฝนน้ำก็มากเกินจนล้นเขื่อนต้องระบายออก ผมไม่รู้ว่าทำไมเรายังจัดการกับเรื่องนี้ไม่ได้เสียที สงสารชาวบ้านที่น้ำท่วมที่นา ในยามนี้ที่มีแต่ความทุกข์ถาโถมสู่ต่างจังหวัดก็จะเห็นน้ำใจคนไทยด้วยกันจากพื้นที่อื่นๆเข้าช่วยเหลือกันเสมอ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าในสังคมยังมีคนคิดดีทำดีอยู่ปะปนกัน ไม่มีใครดี 100% และไม่มีใครเลวจน 100% หรอก วันหนึ่งๆถ้าซอยชีวิตออกเป็นช่วงสั้นจะห็นว่าเราทุกคนล้วนคิดดี(กุศล)คิดเลว(อกุศล)สลับกันไปทั้งวัน ผมเคยอ่านหนังสือธรรมะเล่มหนึ่ง ท่านเปรียบการทำอกุศลของคนเราวันหนึ่งๆเหมือนการเติมน้ำเกลือลงในแก้วน้ำ ถ้าวันหนึ่งเราทำอกุศลมากก็น้ำในแก้วก็จะเค็มจนดื่มไม่ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งเราทำกุศลบ้างก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำเปล่าลงไป เราไม่สามารถทำให้น้ำในแก้วเป็นน้ำเปล่าได้แต่ เราสามารถทำให้น้ำในแก้วเค็มน้อยลง...ในยามที่บ้านเรามีน้ำมาก(เกินไป) เราควรหมั่นเติมน้ำเปล่าให้กับชีวิตของเราบ้าง น้ำท่วมได้ก็ลดได้ครับ..มีสติไว้